BI-RADS คืออะไร? ทำความเข้าใจผลตรวจเต้านมและความหมายของแต่ละระดับ
ศูนย์ : ศูนย์รักษ์เต้านม
บทความโดย : พญ. วายูน วจะโนภาส
เมื่อเข้ารับการตรวจเต้านม หลายคนอาจพบตัวเลข BI-RADS อยู่ในรายงานผลตรวจ และเกิดคำถามทันทีว่า “หมายความว่าเป็นมะเร็งหรือไม่?” หรือ “ต้องรักษาต่ออย่างไร?” ความจริงแล้ว BI-RADS ไม่ใช่ผลวินิจฉัยโรคมะเร็งโดยตรง แต่เป็นระบบมาตรฐานสำหรับจัดระดับและรายงานสิ่งที่พบจากภาพตรวจเต้านม เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติ วางแผนการติดตาม หรือพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม
สารบัญ
BI-RADS ใช้ทำอะไรในการตรวจเต้านม?
BI-RADS ย่อมาจาก Breast Imaging Reporting and Data System โดยใช้กับการตรวจภาพเต้านม เช่น Mammogram และ Breast Ultrasound และแบ่งระดับความผิดปกติออกเป็น BI-RADS 0–6 ดังนั้น หากได้รับผลตรวจที่มีตัวเลข BI-RADS สิ่งสำคัญคือไม่ควรตีความตัวเลขนั้นว่า “เป็นมะเร็ง” หรือ “ไม่เป็นมะเร็ง” เพียงจากตัวเลขเดียว แต่ควรพิจารณาว่าระดับดังกล่าวสื่อถึงอะไร และควรดำเนินการต่ออย่างไร
BI-RADS เป็นการรายงานผลตรวจภาพเต้านมเป็นระบบและเข้าใจตรงกันมากขึ้น โดยช่วยสื่อสารระดับความผิดปกติที่พบจากภาพตรวจ และใช้เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดแนวทางดูแลผู้รับบริการ การตรวจเต้านมอาจพบสิ่งต่าง ๆ เช่น ก้อนเนื้อ ถุงน้ำ หรือจุดหินปูน ซึ่งแต่ละลักษณะอาจมีความหมายแตกต่างกัน
การจัดระดับ BI-RADS จึงช่วยเปลี่ยนข้อมูลจากภาพตรวจให้เป็นหมวดหมู่ที่สามารถนำไปใช้วางแผนการติดตามต่อได้ กล่าวให้เข้าใจง่ายคือ BI-RADS เป็นภาษากลางของรายงานภาพเต้านม ไม่ใช่คำตัดสินว่าเป็นมะเร็งหรือไม่เป็นมะเร็ง จุดนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะตัวเลขที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าผู้รับบริการได้รับการยืนยันว่าเป็นมะเร็งแล้ว แต่สะท้อนระดับความผิดปกติและความจำเป็นในการตรวจประเมินเพิ่มเติมตามแต่ละกรณี
BI-RADS มีทั้งหมดกี่ระดับ?
ระบบ BI-RADS แบ่งออกเป็น ระดับ 0–6 แต่ละระดับมีความหมายและแนวทางดำเนินการต่อแตกต่างกัน ดังนี้
| ระดับ | ความหมาย | แนวทางที่แนะนำ |
|---|---|---|
| BI-RADS 0 | ผลตรวจยังไม่ชัดเจน ต้องประเมินเพิ่มเติม | ตรวจเพิ่มเติม เช่น Mammogram หรือ Breast Ultrasound ตามคำแนะนำของแพทย์ |
| BI-RADS 1 | ผลตรวจปกติ ไม่พบความผิดปกติ | ตรวจคัดกรองตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ โดยทั่วไปปีละ 1 ครั้ง |
| BI-RADS 2 | พบความผิดปกติไม่ใช่มะเร็ง เช่น ถุงน้ำหรือก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง | ตรวจคัดกรองตามปกติ โดยทั่วไปปีละ 1 ครั้ง |
| BI-RADS 3 | พบความผิดปกติที่มีแนวโน้มไม่ร้ายแรง โอกาสเป็นมะเร็งประมาณ 0–2% | นัดตรวจติดตามซ้ำทุก 6 เดือน ต่อเนื่องประมาณ 2 ปี |
| BI-RADS 4 |
พบความผิดปกติที่น่าสงสัย อาจเป็นมะเร็ง BI-RADS 4A: ความเสี่ยงเป็นมะเร็งประมาณ 2–10% BI-RADS 4B: ความเสี่ยงเป็นมะเร็งประมาณ 10–50% BI-RADS 4C: ความเสี่ยงเป็นมะเร็งประมาณ 50–95% |
แนะนำให้ตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัย |
| BI-RADS 5 | พบความผิดปกติที่มีลักษณะน่าสงสัยมาก โอกาสเป็นมะเร็งมากกว่า 95% | ควรตรวจชิ้นเนื้อโดยเร็ว เพื่อยืนยันผลและวางแผนการรักษา |
| BI-RADS 6 | ยืนยันว่าเป็นมะเร็งเต้านมจากผลตรวจชิ้นเนื้อแล้ว | เข้าสู่กระบวนการวางแผนและรักษาโดยทีมแพทย์ |
BI-RADS 0–2 หมายถึงอะไร?
สำหรับผู้ที่เห็นผล BI-RADS ครั้งแรก ตัวเลขช่วงต้นอาจสร้างความกังวลโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อยังไม่เข้าใจว่าระบบนี้ไม่ได้ใช้ตัวเลขเพื่อบอกว่า “เป็นมะเร็ง” หรือ “ไม่เป็นมะเร็ง” แบบตรงไปตรงมา โดย BI-RADS 1 หมายถึงไม่พบความผิดปกติ ขณะที่ BI-RADS 2 หมายถึงพบสิ่งที่ไม่ใช่มะเร็ง การทราบความหมายของผลจึงช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจรายงานได้มากขึ้น และลดความวิตกกังวลจากการเห็นตัวเลขโดยไม่มีบริบท ส่วน BI-RADS 0 อยู่ในระบบการจัดระดับเช่นเดียวกัน แต่ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นมะเร็ง เพราะการอ่านผลต้องพิจารณาว่าภาพตรวจมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการประเมินหรือจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่
BI-RADS 3 ต้องติดตามอย่างไร?
BI-RADS 3 เป็นระดับที่ควรให้ความสำคัญกับ การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลต้นฉบับระบุว่าเป็นกรณีที่พบสิ่งที่คาดว่าเป็นปกติ และแนะนำให้ตรวจติดตามทุก 6 เดือน เพื่อดูว่าก้อนหรือความผิดปกติมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แนวคิดสำคัญของการติดตามคือ ไม่ควรพิจารณาจากภาพตรวจเพียงครั้งเดียว แต่ดูการเปลี่ยนแปลงตามเวลา หากมีการเปลี่ยนแปลง แพทย์สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการประเมินและกำหนดขั้นตอนต่อไป ผู้ที่ได้รับ BI-RADS 3 จึงควรให้ความสำคัญกับการมาตรวจตามนัด และไม่ควรปล่อยให้ระยะเวลาติดตามขาดช่วงโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
BI-RADS 4–5 ต้องทำอย่างไร?
เมื่อผลตรวจอยู่ในกลุ่ม BI-RADS 4 เป็นกลุ่มที่สามารถแยกเป็นกลุ่มย่อย เช่น 4A 4B 4C ซึ่งความเสี่ยงมีตั้งแต่ต่ำไปสูง แต่เป็นการพิจารณาที่จะต้องตรวจชิ้นเนื้อเนื่องจากค่า 2% ไม่ปลอดภัยในการตรวจติดตามอย่างเดียว หรือ 5 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การเจาะชิ้นเนื้อ เพื่อช่วยยืนยันผลและกำหนดแนวทางรักษาที่เหมาะสม
Mammogram และ Breast Ultrasound ต่างกันอย่างไร?
การประเมินเต้านมสามารถใช้การตรวจภาพได้หลายวิธี โดย Digital Mammogram และ Breast Ultrasound เป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติของเต้านม ดังนี้
- สำหรับอายุน้อยกว่า 35 ปี แนะนำตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยอัลตราซาวด์เต้านม เพียงอย่างเดียว
- สำหรับอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม (Mammogram) และอัลตราซาวด์เต้านม ในบางรายหากมีความผิดปกติ เช่น คลำเจอก้อน แนะนำทำทั้ง 2 อย่าง ทั้งการตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) และอัลตราซาวด์เต้านม แม้อายุน้อยกว่า 35 ปี
เมื่อไรควรเข้าพบแพทย์?
แม้การตรวจคัดกรองจะมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพเต้านม แต่การสังเกตความผิดปกติของร่างกายก็เป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม หากพบอาการหรือการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ เช่น
- คลำพบก้อนบริเวณเต้านม
- ผิวหนังบริเวณเต้านมมีการเปลี่ยนแปลง
- มีของเหลวไหลออกจากหัวนม
- มีความกังวลเกี่ยวกับผลตรวจภาพเต้านม
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของการตรวจเพิ่มเติม โดยผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมอาจจำเป็นต้องพิจารณาการตรวจคัดกรองเร็วขึ้นหรือการตรวจทางพันธุกรรมตามความเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BI-RADS (FAQ)
1:BI-RADS คือผลตรวจมะเร็งเต้านมหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ BI-RADS เป็นระบบมาตรฐานสำหรับรายงานและจัดระดับความผิดปกติที่พบจากภาพตรวจเต้านม เช่น Mammogram และ Breast Ultrasound โดยมีระดับตั้งแต่ 0-6 ตัวเลขเหล่านี้ช่วยกำหนดแนวทางติดตามหรือการตรวจเพิ่มเติม แต่ไม่ควรใช้เพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
2:หากได้ BI-RADS 3 ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: BI-RADS 3 เป็นกรณีที่พบสิ่งที่คาดว่าเป็นปกติ และควรตรวจติดตามทุก 6 เดือนเพื่อประเมินว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ดังนั้นควรปฏิบัติตามนัดและคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง
3:BI-RADS 4 หรือ 5 หมายความว่าเป็นมะเร็งแน่นอนหรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรสรุปเช่นนั้นจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว BI-RADS 4-5 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและอาจจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น การเจาะชิ้นเนื้อ เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยและวางแนวทางรักษาต่อไป
การอ่านผล BI-RADS ไม่ได้จบลงที่การทราบตัวเลข แต่ควรนำผลไปสู่การวางแผนดูแลที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละรายที่ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลนครธน มีทีมแพทย์และการตรวจวินิจฉัยเพื่อดูแลสุขภาพเต้านม โดยหากตรวจพบความผิดปกติในกลุ่ม BI-RADS 4-5 สามารถพิจารณาการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อช่วยในการวินิจฉัยได้ ทั้งนี้การแปลผลควรพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ อาการ และคำแนะนำจากแพทย์ ไม่ควรตัดสินจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว การตรวจคัดกรองและการเข้าพบแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพเต้านมได้อย่างเหมาะสม
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์รักษ์เต้านม
